แนวทางป้องกัน Virus Leave a comment

แนวทางป้องกัน Virus

นอกจากการที่เราจะ Update Antivirus ให้กับเครื่องเราแล้ว ก็ใช่ว่าเราจะไม่สนใจเรื่องวิธีการใช้งานของเรานะครับ ดังนั้นวันนี้ผมจะเอาข้อมูลเรื่องแนวทางการป้องกัน Virus ออกมาเป็นแนวทางการใช้งาน Computer ที่เหมาะที่ควรให้ดูกันนะครับ

  1. ใช้โปรแกรมป้องกันและสแกนไวรัส : การใช้โปรแกรมป้องกันและสแกนไวรัสเป็นสิ่งที่ผู้ใช้ทุกคนควรทำเป็นอันดับแรก เพราะโปรแกรมเหล่านี้เปรียบเสมือบอดีการ์ดที่ทำหน้าที่ปกป้องและแก้ไขความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับคอมพิวเตอร์ของคุณ โดยจะทำหน้าที่อยู่หลักๆ  คือ ป้องกันไวรัสที่จะเข้ามาในเครื่อง โดยเป็นการตรวจดูไฟล์ที่เข้ามาว่าเป็นไวรัสหรือไม่ ตรวจไวรัสที่เล็ดลอดเข้ามา สแกนไฟล์ที่อยู่ในเครื่องว่าเป็นไวรัสหรือไม่ กำจัด (Delete) หรือกักกัน (Quarantines) ในกรณีที่พบไฟล์ต้องสงสัย โดยการทำงานของโปรแกรมสแกนไวรัสจะทำการเทียบข้อมูลจากฐานข้อมูลไวรัส (Definition)  ที่อยู่ในระบบกับไฟล์ต้องสงสัยว่าเข้าข่ายที่จะเป็นไวรัสหรือไม่
  2. ใช้โปรแกรมสแกนไวรัสที่เหมาะสมกับตัวเอง : ในปัจจุบันนั้นโปรแกรมป้องกัน หรือโปรแกรมสแกนไวรัสมีอยู่หลายประเภท อย่าง Anti-Virus คือ โปรแกรมที่ทำหน้าที่ป้องกันและสแกนไวรัส รวมไปถึงสปายแวร์ (Spyware) และแอดแวร์ (Adware) ได้บางส่วน อีกทั้งยังมีระบบ Firewall ซึ่งเป็นระบบป้องกันการบุกรุกเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ของเราโดยไม่ได้รับอนุญาต มีการป้องกันการโจมตีที่เราอาจไม่รู้ตัว Anti-Spyware คือ โปรแกรมที่ทำหน้าที่กำจัดโปรแกรมจำพวกสปายแวร์โดยเฉพาะ มีการควบคุมและใช้งานง่าย ผู้ใช้สามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องมีความเชี่ยวชาญมากนัก
  3. ติดตั้งโปรแกรมสแกนไวรัสให้เป็น : หลายๆ คนยังคงไม่ทราบวิธีการติดตั้งโปรแกรมป้องกันและสแกนไวรัสที่ถูกต้องมากนัก ทำให้โปรแกรมไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งขั้นตอนการติดตั้งอย่างถูกวิธีไม่ได้มีวิธีการที่ยุ่งยาก เพียงแต่ลำดับความสำคัญของโปรแกรมให้ถูก โดยควรจะทำการติดตั้งหลังจากที่ติดตั้งระบบปฏิบัติการเสร็จเรียบร้อยแล้ว
  4. อัพเดทฐานข้อมูลไวรัสอยู่เสมอ : สำหรับการอัพเดทฐานข้อมูลไวรัสมักเป็นสิ่งที่ผู้ใช้งานโดยทั่วไปหลงลืมอยู่เป็นประจำ ผู้ใช้งานบางคนยังมีความเข้าใจที่ว่าเมื่อติดตั้งโปรแกรมป้องกันและสแกนไวรัวเอาไว้แล้วจะช่วยป้องกันคอมพิวเตอร์ของเราได้ตลอดไป ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด ถึงแม้ว่าโปรแกรมจะมีหน้าที่ป้องกันไวรัสก็จริง แต่ตัวไวรัสคอมพิวเตอร์เองก็มีการพัฒนารูปแบบใหม่ๆ ให้สามารถทำงานเพื่อเอาชนะโปรแกรมป้องกันไวรัสได้ ฉะนั้นผู้ใช้เองจึงมีความจำเป็นที่จะต้องอัพเดทฐานข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเป็นการอัพเดทข้อมูลที่ผู้พัฒนาได้ระบุไว้เกี่ยวกับข้อมูลไวรัสคอมพิวเตอร์ชนิดใหม่ๆ อัพเดทคุณสมบัติเพิ่มเติมเพื่อให้สามารถกำจัดไวรัสชนิดใหม่ๆ ได้อย่างไม่ยาก แนะนำให้ทำการอัพเดทโปรแกรมสแกนไวรัสวันละครั้ง 
  5. เปลี่ยนเวอร์ชั่นใหม่ทันทีที่มีโอกาส : โดยปกติแล้วโปรแกรมป้องกันและสแกนไวรัสจะมีอายุการใช้งานประมาณ 1 ปี จากนั้นผู้ผลิตจะทำการปล่อยเวอร์ชั่นใหม่ออกมาให้ผู้ใช้งานได้อัพเดท อย่าคิดว่าเราจะเสียเงินซื้อโปรแกรมเวอร์ชั่นใหม่ทำไม ในเมื่อเวอร์ชั่นเก่าก็ยังใช้งานได้ อัพเดทฐานข้อมูลได้ตามปกติ จริงๆ แล้วการใช้งานเวอร์ชั่นเดิมก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร แต่การที่ผู้ผลิตปล่อยเวอร์ชั่นใหม่ออกมาเพื่อเป็นการเพิ่มฟังก์ชั่นบางอย่างให้สามารถใช้งานโปรแกรมได้ง่ายขึ้น ปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการพัฒนาระบบภายในเสียมากกว่าหากว่าไม่ใช่รอบการอัพเดทใหญ่
  6. อย่ารับไฟล์แปลกๆ และติดตามข่าวสารอยู่เสมอ : ถึงแม้ว่าผู้ใช้จะอัพเดทโปรแกรมป้องกันไวรัสให้ล่าสุดขนาดไหนก็ตาม แต่อยากให้รู้ความจริงอยู่หนึ่งข้อว่า ไฟล์ที่เราอัพเดทกันอยู่นั้นมักจะมีขึ้นหลังจากที่เกิดไวรัสชนิดนั้นๆ ขึ้นแล้ว ซึ่งหมายความว่าเราเอง หรือใครก็ได้ยังมีโอกาสที่จะติดไวรัสได้ตลอดเวลา วิธีป้องกันอย่างหนึ่งที่ดีที่สุด คือ อย่ารับไฟล์แปลกๆ หรือดาวน์โหลดไฟล์ที่ไม่รู้จักเข้ามาจากอินเทอร์เน็ต จะดาวน์โหลก หรือจะรับไฟล์ไหนมาอยากให้อ่านให้รอบคอบ หรือหาข้อมูลก่อนสักนิดในกรณีที่เราไม่มีความรู้เกี่ยวกับไฟล์ อีกทั้งยังอยากให้ผู้ใช้ติดตามข่าวสารใหม่ๆ เกี่ยวเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นไวรัสคอมพิวเตอร์สายพันธุ์ใหม่ หรือโปรแกรมใหม่ๆ ที่ใช้สำหรับสแกนไวรัส โดยในเว็บไซต์ของผู้พัฒนาก็จะมีการอัพเดทข้อมูลที่สม่ำเสมออยู่แล้ว 
  7. ติดไวรัสแล้วอย่ากลัว : หากผู้ใช้งานสงสัยว่าคอมพิวเตอร์ของเรานั้นได้ถูกทำร้ายด้วยเจ้าไวรัสที่แอบลักลอบเข้ามาแล้วก็อย่าพึ่งกลัว หรือตกใจไป อยากให้ตั้งสติและลองเช็คอาการที่เกิดขึ้นว่าเป็นอย่างไร น่าจะมีสาเหตุมาจากส่วนไหน อาจลองพยายามหาดูว่าไวรัสที่กำลังเล่นงานคอมพิวเตอร์เครื่องโปรดของเรานั้นชื่อว่าอะไร แล้วค่อยหาวิธีและดาวน์โหลดโปรแกรมที่สามารถลบเจ้าไวรัสตัวนี้ออกไปจากคอมพิวเตอร์ของเรา แนะนำว่าให้ทำในขณะที่คอมพิวเตอร์เข้าสู่ Safe Mode จะทำให้เราแก้ไขอาการที่เกิดขึ้นได้ง่ายมากกว่า

ถึงแม้ว่าเราจะมีการป้องกันที่ดียังไง ก็ต้องมีวันพลาด ดังนั้น ทุกคนอย่างลืมที่จะต้องทำ Backup Data กันไว้ด้วยนะครับ

สนใจ Antivirus License Click

Leave a Reply

Your email address will not be published.