How to Select Power Bank Leave a comment

How to Select Power Bank

จะซื้อ Power Bank อยู่หรือป่าว เราจะรู้ได้ยังไงว่าแบบไหนดี เพราะราคามีต่างกันมาก ทั้งที่ spec ก็ใกล้เคียงกัน เช่นค่า A ของอุปกรณ์ แต่การดูแค่ค่า A เท่านั้นยังไม่พอ ในการเลือกนะ เพราะเราต้องมาดูความเร็วในการ ชาร์จอีก ถ้า ชาร์จได้เร็วแบบนี้ราคา ก็จะแตกต่างกันแล้ว หรือ ในเรื่องความเหมาะสมกับ ลักษณะการใช้งานของเราเอง ถ้าเราเป็นพวก ชอบเล่น game แบบนี้ เราก็ต้องไม่เลือกขนาดที่เล็กเกินไปนะ ดังนั้นลองมาดูวิธีเลือกกันนะครับ

ตรวจสอบค่าแอมป์ (A) เลือก Power Bank ที่ชาร์จได้เร็ว

การสังเกตว่า Power Bank รุ่นนั้น ๆ สามารถชาร์จได้เร็วหรือไม่เราจะตรวจสอบได้จากค่าแอมป์ (A) หรือค่า Output ยิ่งค่าสูงเท่าไหร่ก็ยิ่งชาร์จได้เร็วเท่านั้น หากต้องการใช้ชาร์จอุปกรณ์ที่ความจุไฟฟ้าสูงอย่างแท็บเลตก็จำเป็นต้องใช้ Power Bank ที่มีค่า 2A ขึ้นไป ไม่เช่นนั้นก็จะไม่สามารถทำการชาร์จไฟได้

นอกจากนี้ในปัจจุบันหลายแบรนด์ยังเสริมประสิทธิภาพในการจ่ายแบตเตอรี่ด้วยเทคโนโลยี Quick Charge หรือ Fast Charge เพื่อเพิ่มความสะดวกรวดเร็วสำหรับการใช้งาน แต่อย่างไรก็ตาม หากพาวเวอร์แบงค์นั้น ๆ เข้ากับอุปกรณ์ที่จะใช้งานไม่ได้ เช่น อุปกรณ์ที่ไม่รองรับเทคโนโลยี Quick Charge เทคโนโลยีดังกล่าวก็จะไม่มีความหมาย ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น อย่าลืมตรวจสอบ Version จำนวนแอมป์ (A) และมาตรฐานของอุปกรณ์ที่จะใช้งานด้วยนะคะ

Power Bank ที่ชาร์จได้หลายช่องให้ตรวจสอบค่าแอมป์ (A) ของแต่ละช่องด้วย

สำหรับใครที่อยากชาร์จอุปกรณ์หลาย ๆ ชิ้นไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ตไปพร้อม ๆ กันในครั้งเดียว แนะนำให้เลือกพาวเวอร์แบงค์ที่มีพอร์ต USB มากกว่า 2 ช่อง แต่ก็อย่าลืมตรวจสอบให้มั่นใจก่อนนะว่า แต่ละช่องจ่ายแบตเตอรี่ได้รวดเร็วเท่าไร เพราะการะบุค่าแอมป์ของแต่ละผลิตภัณฑ์อาจจะแตกต่างกันไป 

บางรุ่นอาจแสดงเป็นค่ารวมทั้งหมด ถ้าเขียนว่า 3.5A แล้วมี 2 ช่องชาร์จก็หมายความว่าหากใช้ชาร์จพร้อมกันจะปล่อยไฟได้ข้างละ 1.75A ในขณะที่บางรุ่นอาจแสดงย่อยตามแต่ละพอร์ตไปเลย อย่างไรก็ตาม ให้เลือกรุ่นที่มีค่า A สูง ๆ ไว้ก่อน

เลือกความจุของ Power ตามลักษณะการใช้งาน (ค่า mAh)

ความจุของ Power Bank ก็มีหลายชนิด ให้เลือกปริมาณความจุตามลักษณะการใช้งานของคุณเองโดยดูที่ค่า mAh

5000 mAh : สำหรับคนที่ใช้ชาร์จแค่ 1 ครั้งก็พอ

5000 mAh : สำหรับคนที่ใช้ชาร์จแค่ 1 ครั้งก็พอ

โดยทั่วไปแล้ว การชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์ 1 ครั้งจะใช้กระแสไฟประมาณ 500 mAh ถ้าปกติคุณเป็นคนที่ใช้งานโทรศัพท์ไม่บ่อย แบตฯไม่เคยหมดระหว่างวันแต่ต้องการมีแบตฯสำรองติดตัวไว้ เราแนะนำให้เลือกรุ่นที่มีความจุ 5000mAh ก็พอค่ะ

10,000 mAh : สำหรับคนที่เล่น SNS หรือส่งข้อความบ่อย ๆ

10,000 mAh : สำหรับคนที่เล่น SNS หรือส่งข้อความบ่อย ๆ

Power Bank ที่มีความจุ 10,000mAh สามารถชาร์จไฟให้สมาร์ทโฟนได้ประมาณ 2.5 – 3.5 ครั้ง ขึ้นอยู่กับรุ่นของสมาร์ทโฟน ถ้าคุณเป็นคนที่ต้องเดินทาง ต้องคอยเช็กเมลหรือข้อความบ่อย ๆ และแบตฯหมดแน่ ๆ 1 ครั้งต่อวัน ก็แนะนำให้เลือกความจุระดับนี้ค่ะ

20,000 mAh : สำหรับการใช้ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม

20,000 mAh : สำหรับการใช้ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม

Power Bank ที่มีความจุ 20,000mAh สามารถชาร์จไฟให้สมาร์ทโฟนได้ประมาณ 4.5 – 7 ครั้ง ขึ้นอยู่กับรุ่นของสมาร์ทโฟน ถ้าคุณเป็นคนที่ใช้สมาร์ทโฟนในการดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมเสมอหรือว่าต้องการใช้พกพาไปใช้งานต่างประเทศ แนะนำให้เลือกความจุระดับนี้ไปเลย ดีกว่าที่จะต้องพกตัวที่ความจุ 10,000mAh หลายตัว อย่างไรก็ตาม กรณีพกขึ้นเครื่องบินอย่าลืมตรวจสอบกฎของแต่ละสายการบินด้วยว่าอนุญาตให้พก Power Bank กี่ชิ้น และความจุเท่าไหร่

ลักษณะ Power Bank ที่ใช้งานสะดวก

นอกเหนือจากที่แนะนำไปด้านบนแล้ว ยังมีคุณลักษณะหรือฟังก์ชันใดของ Power Bank ที่ช่วยให้การใช้งานสะดวกขึ้นบ้างนั้น ไปดูกันต่อเลยค่ะ !

พกพาง่ายด้วยน้ำหนักประมาณ 150 กรัม

พกพาง่ายด้วยน้ำหนักประมาณ 150 กรัม

Power Bank เป็นอุปกรณ์ที่บางคนต้องพกติดตัวทุกวันขาดไม่ได้ เพื่อไม่ให้เป็นภาระ Power Bank สำหรับโทรศัพท์มือถือที่พกพาได้ง่ายจึงควรมีน้ำหนักประมาณ 150 g และควรเลือกรุ่นที่มีรูปร่างสลิมมากกว่ารุ่นที่ขนาดเล็กแต่มีความหนา อย่างไรก็ตาม Power Bank ที่มีความจุเยอะ ๆ ก็มีแนวโน้มที่จะมีน้ำหนักมากตามไปด้วย ให้เราเลือกว่าต้องการให้ความสำคัญเรื่องไหนมากกว่ากันระหว่าง Power Bank พกพาง่ายกับ Power Bank ที่ชาร์จได้หลายครั้งค่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published.